[สรุป] 5 ขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องทำอะไรบ้าง เริ่มต้นยังไงดี ?

  • 2 min read

ผ่อนบ้านมาครบ 3 ปี ถึงเวลาที่จะรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ดอกเบี้ยถูกลง แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ต้องทำอะไรก่อน และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง…วันนี้พี่โอกาสจะมาสรุปให้ฟังกัน

เพียง 5 ขั้นตอนง่ายๆในการรีไฟแนนซ์บ้าน ก็ช่วยให้คุณ ประหยัดดอกเบี้ยได้เป็นล้าน อยากรู้ว่าต้องทำยังไงไปอ่านกันได้เลยครับ !

1. เตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์

ขั้นแรกเริ่มต้นที่การเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งขั้นตอนนี้ควรทำเป็นสิ่งแรก เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ หลายคนอาจจะปวดหัวจนยอมแพ้ได้เลยกับขั้นตอนนี้ แต่ขอให้สู้ครับ เพื่อดอกเบี้ยที่ถูกกว่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้เลย :

  • เอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

2. ยื่นรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่

เมื่อคุณเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การส่องโปรโมชั่น และ อัตราดอกเบี้ย ของธนาคารใหม่ ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีโปรโมชั่นแตกต่างกันไปครับ

และหลังจากที่เราลองเปรียบเทียบหลายๆธนาคารจนเจอธนาคารที่ถูกใจแล้ว ก็เปิดประตูธนาคารที่เลือกสาขาใกล้บ้านไปยื่นเอกสารทำเรื่องรีไฟแนนซ์ได้เลยครับ

โดยธนาคารจะทำการนัดหมายและส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินราคาหลักทรัพย์ก่อน หลังจากนั้น ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ก็จะทราบผลการพิจารณา

ดังนั้นพี่โอกาสเลยขอแนะนำให้ยื่นเรื่องก่อนที่จะครบกำหนด 3 ปี ประมาณ 1 เดือนล่วงหน้าดีกว่าครับ

แอบบอกก่อนว่า…เราสามารถ ยื่นรีไฟแนนซ์ไว้ได้หลายธนาคาร เพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและจำนวนเงินผ่อนได้ครับ จะได้ประหยัดมากขึ้น !

3. แจ้งปิดบัญชีกับธนาคารเดิม

ระหว่างที่เรายื่นเรื่องกับธนาคารใหม่ไปแล้ว ก็ติดต่อธนาคารเดิมควบคู่กันไปด้วยได้เลย โดยแจ้งธนาคารเดิมว่า ต้องการปิดบัญชีเดิม แล้วรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่

แล้วเจ้าหน้าที่ธนาคารจะให้เข้าไปเซ็นต์ยื่นคำร้องขอปิดบัญชีครับ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการครับผม

ซึ่งในช่วงนี้ธนาคารเดิมของคุณจะติดต่อกลับมาเพื่อ เจรจาลดดอกเบี้ย ให้คุณ โดยที่ไม่ต้องรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ เช่น ดอกเบี้ยเดิมของคุณอยู่ที่ 6.50% ธนาคารจะลดดอกเบี้ยให้เหลือ 5.00%

ข้อดีของกรณีนี้ก็คือ ไม่ต้องเสียเวลาดำเนินการ และ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่ หากใครมียอดหนี้เหลือไม่ถึงล้านบาท ไม่ต้องการกู้เพิ่ม หรือมีเป้าหมายว่าจะปิดยอดภายในไม่กี่ปีนี้ พี่โอกาสก็ขอแนะนำให้อยู่ต่อที่เดิมดีกว่า

ส่วนใครที่ยังมี ยอดหนี้สูงๆ และ ไม่มีแผนที่จะปิดยอดเร็วๆนี้ พี่โอกาสอยากแนะนำว่ารีไฟแนนซ์ดีกว่าครับ เพราะถึงแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายพวกค่าธรรมเนียมเพิ่ม แต่ถ้าลองหักลบกลบหนี้แล้ว คิดว่ายังไงก็คุ้มกว่าอยู่ดีครับ

4. นัดวันไถ่ถอน

หลังจากที่ธนาคารใหม่อนุมัติยอดเงินกู้เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะนัดคุณเข้าไป เซ็นสัญญา และ นัดวันจดจำนอง กับคุณ

ส่วนธนาคารเดิมหลังจากที่ดำเนินการยื่นคำร้องขอปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะนัดคุณไปเซ็นรับทราบและแจ้งยอดหนี้คงเหลือ พร้อมกับนัดวันไถ่ถอนกับคุณครับ

โดยวันจดจำนองกับธนาคารใหม่และวันไถ่ถอนกับธนาคารเดิม จะเป็นวันเดียวกันครับ ในวันที่นัดนั้นคุณและเจ้าหน้าที่ธนาคารทั้ง 2 ฝั่งจะไปเจอกันที่กรมที่ดิน เพื่อทำเรื่องไถ่ถอนกับธนาคารเดิม และจดจำนองกับธนาคารใหม่

5. จดจำนองที่กรมที่ดิน

เมื่อนัดวันไปกรมที่ดินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งธนาคารเดิมและธนาคารใหม่พร้อมกับคุณ ก็จะไปดำเนินการกันที่กรมที่ดินครับ โดยวันนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่คุณต้องถือเงินสดไปจ่ายที่กรมที่ดิน 2 อย่าง ได้แก่

  1. ค่าจดจำนอง โดยคิดเป็น 1% ของวงเงินกู้
  2. ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน

หลังจากที่ดำเนินการกับกรมที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว ก็ถือว่าคุณได้ทำการรีไฟแนนซ์เรียบร้อยแล้ว สำหรับรอบเดือนหน้าก็เริ่มชำระค่าผ่อนบ้านกับธนาคารใหม่ได้เลยครับ !

สำหรับใครที่อยากรู้เพิ่มเติม อยากสอบถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์ หรืออยากเปรียบเทียบโปรโมชัน ปรึกษาเราได้ฟรี คลิกเลย !!

อ้างอิงจาก : refinn , Krungsri