รู้ไว้ไม่เสียสิทธิ ! กรณีเสียชีวิต เบิกประกันสังคมอะไรได้บ้าง?

  • 2 min read

เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จัก ประกันสังคม กันเป็นอย่างดีเพราะเป็นสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ ที่มอบให้กับลูกจ้างอย่างเราๆ ซึ่งนอกจากจะให้สิทธิการรักษาสุขภาพเเละชดเชยรายได้ในกรณีว่างงานแล้ว

ประกันสังคมยังให้ สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในกรณีเสียชีวิต ด้วย โดยสามารถเบิกได้ทั้งค่าทำศพ เงินสงเคราะห์ และเงินบำเหน็จชราภาพ แต่ในปีที่ผ่านมามีการขอเบิกเพียง 2 หมื่นกว่าครั้งเท่านั้น !

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

วันนี้พี่โอกาสเลยจะมาแนะนำ 3 สิทธิเบิกเหล่านี้ ให้คุณได้รู้จักกันครับว่า สิทธิไหนเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้เท่าไหร่บ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1. ค่าทำศพ

เมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบครบ 1 เดือนภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเสียชีวิต ด้วยเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน ผู้จัดการศพจะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท

ผู้จัดการศพ คือบุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้จัดการศพและได้เป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน

ส่วนกรณีไม่ได้ระบุให้ใครเป็นผู้รับ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย คือคู่สมรส บิดามารดา หรือทายาทของผู้ประกันตนที่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน และผู้รับสิทธิต้องมีเอกสารดังนี้ :

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย (สปส. 2-01)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการศพพร้อมตัวจริง
  • หลักฐานจากฌาปนสถานหรือมัสยิดที่แสดงว่าเป็นผู้จัดการศพ
  • สำเนาใบมรณบัตรพร้อมตัวจริง
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ กองทุนประกันสังคม

2. เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต

ประกันสังคมจะจ่ายให้บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์นั้น แต่ถ้าผู้ประกันตนไม่ได้ระบุไว้ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้กับ คู่สมรส บิดามารดา หรือทายาทของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนี้

  • ถ้าก่อนเสียชีวิต ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับ ค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน
  • ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้ว ตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับ ค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน

ส่วนผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จะได้แก่ บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์นั้น

แต่ถ้าผู้ประกันตนไม่ได้ระบุไว้ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่ คู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน โดยเอกสารทั้งหมดที่ต้องมีคือ :

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตาย (สปส. 2-01)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของ ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์
  • สำเนาทะเบียนสมรสของผู้ประกันตนและของบิดามารดาของผู้เสียชีวิต (ถ้ามี)
  • สำเนาสูติบัตรของบุตร หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของบุตรกรณีไม่มีสูติบัตร
  • หนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย (ถ้ามี)

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ กองทุนประกันสังคม

3. เงินบำเหน็จชราภาพ

  • กรณีแรก ถ้าผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อน 55 ปี แล้วจ่ายสมทบน้อยกว่า 12 เดือน ผู้รับประโยชน์จะได้ประโยชน์ทดแทนแบบบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนจ่าย
  • กรณีที่สอง ถ้าผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อน 55 ปี แล้วจ่ายสมทบมากกว่า 12 เดือน ผู้รับประโยชน์จะได้ประโยชน์ทดแทนแบบบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่าย
  • กรณีสุดท้าย หากผู้ประกันตนเสียชีวิตภายใน 5 ปี หลังรับสิทธิบำนาญชราภาพ ผู้รับประโยชน์จะได้ประโยชน์ทดแทนเป็นเงิน 10 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก : กองทุนประกันสังคม

ติดตามเราได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/FinstreetOfficial/