5 พฤติกรรมเสี่ยง รู้ยัง! อยู่บ้านก็เจ็บป่วยได้

  • 3 min read

ในโลกที่หลาย ๆอย่างเปลี่ยนไป สาเหตุของปัญหาสุขภาพก็เปลี่ยนตามทั้งไวรัส สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมของเราเอง ก็ส่งผลต่อการเจ็บป่วย เช่น การนอนดึก ตื่นเช้า ความเคร่งเครียด การโหมทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือมองข้ามเรื่องการดูแลสุขภาพ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญ ของปัญหาสุขภาพระยะยาว และโรคร้ายแรง พี่โอกาสจึงหาข้อมูลพฤติกรรมที่ต้องพึงระวัง พร้อมวีธีลดความเสี่ยงการเกิดโรค มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

เสี่ยงมะเร็งปอด จากฝุ่นควัน PM 2.5

เป็นเรื่องปกติในเมืองที่ต้องเผชิญปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศ ด้วยเพราะประชากรหนาแน่น ความคับคั่งของการจราจร ทั้งเขม่าควันจากรถยนต์ และฝุ่นผงจากการก่อสร้าง ปัญหามลภาวะฝุ่น PM2.5 ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะฝุ่นที่มีขนาดเล็กนี้สามารถก่อให้เกิดโรค มะเร็งปอด ได้ และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝุ่นพวกนี้ได้จากในชีวิตประจำวันได้

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอด

  • การสูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่ : ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการเกิดโรคมะเร็งปอด รวมไปถึงมะเร็งชนิดอื่น ๆ ด้วย เช่น มะเร็งหู คอ จมูก เป็นต้น
  • การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารก่อมะเร็ง : เช่น โครเมียม แร่ใยหิน แร่เรดอน นิกเกิล เรดอน เป็นต้น
  • ประวัติโรคปอดเรื้อรังเดิม : เช่น โรคถุงลมปอดโป่งพองเรื้อรังและภาวะพังผืดที่ปอด จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดมากขึ้น

วิธีลดความเสี่ยงจากพิษฝุ่น PM 2.5

  • ใส่หน้ากากอนามัย เช่น หน้ากาก N95 หรืออาจใช้หน้ากากอนามัยที่มีฟิลเตอร์ 3 ชั้น ควรหมั่นกระชับหน้ากากไม่ให้หลวม ไม่ควรนำมาใส่ซ้ำ
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้านหรืออาคาร จะช่วยทำให้อากาศภายในห้องสะอาดขึ้น
  • งดสูบบุหรี่และกิจกรรมที่ทำให้เกิดควัน เพราะทำให้ระบบทางเดินหายใจและปอดอ่อนแอ ส่งผลให้สุขภาพแย่ลง
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้าน เช่น การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง
  • โหลดแอปติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่น PM 2.5 จาก กรมควบคุมมลพิษ

เสี่ยงโรคหัวใจ จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ในปัจจุบันพบว่าผู้ที่อายุน้อยหรือวัยรุ่นก็มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ  การไม่ดูแลสุขภาพ ความเครียด การรับประทานอาหาร และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ครับ

 พฤติกรรมเสี่ยงกันโรคหัวใจ

  • ทานอาหารไขมันสูง เช่น เค้ก อาหารสำเร็จรูป ฟาสต์ฟู้ด ขาหมู ของมัน ของทอด และอาหารปิ้งย่าง เมื่อรับประทานในปริมาณมาก และต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง คอเลสเตอรอลสูงจนไปอุดตันในหลอดเลือดหัวใจทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตัน และเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • น้ำหนักเกิน (ภาวะอ้วน)  การปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ไม่ออกกำลังกาย มีอัตราเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังและเป็นอันตรายต่อการทำงานของหัวใจเป็นอย่างมาก
  • ภาวะความเครียด  ผู้ที่มีความเครียดมากๆ และเครียดอยู่เป็นประจำ คือกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเต้นผิดปกติมากที่สุด เพราะความเครียดจะไปกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น จนอาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
  • ไม่การออกกำลังกาย และพักผ่อนไม่เพียงพอ หากหัวใจไม่เคยได้ออกกำลัง ก็จะทนต่อการทำงานหนักไม่ไหว หากอยู่ในภาวะหัวใจต้องทำงานหนักแต่หัวใจรับไม่ไหว ก่อให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
  • การสูบบุหรี่ หลายคนอาจจะคิดว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งที่ปอดเท่านั้น จริงๆ แล้วบุหรี่เป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เนื่องจากควันบุหรี่มีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ นิโคติน และคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัว เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ จะเกิดอาการจุกเสียด เจ็บหน้าอก มีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตได้

วิธีลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ

การหมั่นออกกำลังกาย หาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเอง งดการสูบบุหรี่ ลดทานอาหารไขมันสูง และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เท่านี้คุณก็ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้แล้ว หากเพื่อความไม่ประมาทหากพบว่ามีอาการเหนื่อย หายใจติดขัด แน่น หรือเจ็บหน้าอก ชีพจรเต้นอ่อน เต้นเร็ว มีเหงื่อออกมาก ควรมาพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจทันที

เสี่ยงโรค COVID-19 จากพฤติกรรมการ์ดตก

ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทยปัจจุบันเริ่มลดลง และมาตรการที่เริ่มผ่อนผัน เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม แต่เราก็ยังคงต้องเข้มงวดกับการปฏิบัติตัว เพื่อไม่ให้ติดเชื้อ ส่วนใหญ่มักติดโรค COVID-19 โดยไม่รู้ตัวจากพฤติกรรมที่ให้ในชีวิตประจำวัน ทำให้การ์ดเริ่มตก เนื่องด้วยความเคยชิน

พฤติกรรมเสี่ยงโรค COVID-19

  • ไม่ล้างมือ หลังสัมผัสสิ่งของต่างๆ เช่นลูกบิดประตู ลิฟต์ หรือรับของจากการสั่งอาหารเดลิเวอรี่
  • มักชอบเผลอขยี้ตา แคะจมูก หรือสัมผัสใบหน้า
  • ไม่พกหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ
  • ไม่เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร
  • กลับถึงบ้านแล้วไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในทันที
  • สัมผัสใกล้ชิดกับคนรักและคนในครอบครัว
  • ป่วยแล้วไม่กักตัวเองอยู่บ้าน
  • ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน ทานอาหารจานเดียวกัน
  • ปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อน

วิธีลดความเสี่ยงเพื่อไม่ให้ติดโรค COVID-19

  1.  ล้างมืออย่างถูกวิธีด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก
  2. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน
  3. หลีกเลี่ยงการไปในที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น
  4. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  5. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน
  6. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรรับประทานอาหารที่สดและไม่ผ่านการแปรรูป ลดอาหารหวาน มัน เค็ม ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อความเสี่ยงของการเจ็บป่วยเรื้อรังและโรคติดเชื้อ
  7. สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการเจ็บป่วย มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบ ควรปรึกษาแพทย์

เสี่ยงโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จากพฤติกรรมทำงานทั้งวันโดยไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำ

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักพบบ่อยกับผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยลุกไปเข้าห้องน้ำ เช่น นั่งทำงานทั้งวัน ขับรถหรือต้องเดินทางโดยอยู่บนรถเป็นเวลานานๆ แม้ไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง แต่หากเป็นเมื่อไหร่ก็สร้างความรำคาญและความทรมานได้

ปัจจัยเสี่ยงโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • ดื่มชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ เพราะมีผลไปกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย
  • การดูแลรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศไม่ดี โดยเฉพาะผู้หญิง หากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี เช่น เช็ดทำความสะอาดจากด้านหลังมาด้านหน้า  ก็จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อจากช่องคลอดและทวารหนักได้
  • การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • ใช้สารเคมีที่มีกรดแรงทำความสะอาดอวัยวะเพศ จะก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้เพิ่มโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • ปวดแสบขัดขณะปัสสาวะ
  • ปวดปัสสาวะบ่อย อาจต้องตื่นมาปัสสาวะเวลากลางดึก
  • รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ และอาจมีเลือดปน
  • ปวดบริเวณท้องน้อย
  • มีไข้

วิธีลดความเสี่ยงการเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะโดยไม่จำเป็น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  • หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์
  • ทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกครั้งหลังปัสสาวะและอุจจาระ
  • ควรทำความสะอาดร่างกายและปัสสาวะทันทีหลังการมีเพศสัมพันธ์
  • รักษาความสะอาดของชุดชั้นใน เลือกชุดชั้นในที่ไม่อับชื้น
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอวัยวะเพศที่มีสารระคายเคืองผิว

เสี่ยงออฟฟิศซินโดรม จากพฤติกรรมการทำงาน

ในปัจจุบันออฟฟิศซินโดรมจึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพยอดฮิต หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบขยับเขยื้อนร่างกายระหว่างวัน แต่ยังมีอีกหลายพฤติกรรม ที่เราทำกันเป็นประจำ และส่งผลร้ายต่อสุขภาพหากใครที่คิดว่าตัวเองเริ่มมีอาการเข้าข่ายแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไรมาดูสาเหตุออฟฟิศซินโดรมกันได้ที่นี่ครับ

พฤติกรรมเสี่ยง ออฟฟิศซินโดรม

  • ตั้งจอคอมพิวเตอร์สูง หรือ ต่ำกว่าระดับสายตา
  • โต๊ะทำงานและเก้าอี้ มีระดับไม่พอดีกับร่างกาย
  • ใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดห่างจากตัวเกินไป
  • นั่งหลังค่อม ห่อไหล่ นั่งไขว่ห้าง
  • นั่งนาน ไม่ขยับตัว
  • เครียดจากงาน อดอาหาร หรือ พักผ่อนไม่เพียงพอ

วิธีลดความเสี่ยง

  • ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ เช่น เล่นโยคะ
  • ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม เช่น ปรับจอคอมพิวเตอร์ ปรับเบาะของเก้าอี้ ในเหมาะกับสรีระร่างกาย จับเม้าส์ในตำแหน่งตรง
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อระหว่างวัน
  • เปลี่ยนอิริยาบถเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายอย่างน้อย ทุกๆ 1 ชั่วโมง
  • พักสายตาจากจอ ปรับเปลี่ยนท่านั่งทำงานทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

พฤติกรรมแบบนี้เสี่ยงเป็นโรคอะไร? ค่ารักษาเท่าไหร่?

เพราะการใช้ชีวิตในปัจจุบันมีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่อเรื่องของสุขภาพ จึงควรเตรียมพร้อมรับมือโรคร้ายไว้ทุกเมื่อ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเองไม่ต้องกังวลยามเจ็บป่วย พี่โอกาสได้รวบรวมสาเหตุการเกิดโรคและสรุปราคาค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นมาให้ตามนี้ครับ

วันนี้ พี่โอกาสแนะนำ ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ครอบคลุมทุกโรคเสี่ยง ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ มีหลายแผนให้เลือก จ่ายค่าเบี้ยแค่หลักพันต่อเดือน คุ้มครองหลักล้าน! จากบริษัท คิง ไว ประกันชีวิต

จุดเด่น

  1. ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คุ้มครองให้ครบ ช่วยจ่ายให้หมด
  2. คุ้มครองครบทั้งอุบัติเหตุ สุขภาพ เจ็บป่วยโรคทั่วไป โรคร้ายแรง ในกรมธรรม์ใบเดียว
  3. เบี้ยประกันหลักพันต่อเดือน แต่ให้ความคุ้มครองหลักล้าน มีให้เลือกหลายแผน
  4. เลือกแพ็คเกจประกันสุขภาพเองได้ ออกแบบความคุ้มครองให้ตรงกับความต้องการ
  5. ทำได้ง่าย ผ่านออนไลน์ แค่ตอบปัญหาสุขภาพ

ฟินชัวรันส์ ประกันสุขภาพที่พร้อมดูแลค่ารักษาแบบเหมาจ่าย คุ้มครองสูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อปี อุ่นใจ มั่นใจคุ้มครองทุกโรคเสี่ยง สมัครง่ายผ่านออนไลน์ คลิกเลย : https://bit.ly/finfbpostfinstreet

สรุป

ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจผันผวน และค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นทุกปีแบบนี้ สุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรามักละเลยจนร่างกายล้มป่วย ต้องเสียทั้งเวลา และเงินทอง จึงไม่ควรละเลยเรื่องสุขภาพ เพราะสาเหตุของโรคร้ายแรงอยู่รอบตัวเรา

ทั้งจากสภาพแวดล้อม ฝุ่น PM 2.5 ควันรถ และมลพิษ การรับประมานอาหาร ความเครียด พฤติกรรมการทำงาน และ Covid-19 หากพลาดพลั้งเจ็บป่วยขึ้นมา ค่ารักษาที่เกิดขึ้นก็อาจจะยิ่งทำให้ทุกข์ใจกว่าเดิม

ดังนั้น การเตรียมพร้อมวางแผนสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรงเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะคงไม่มีใครที่อยากสูญเงินเก็บที่หามาได้ ไปกับความเจ็บป่วยที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อครับ