ทำงานเอกชน เกษียณ

ทำงานเอกชน เกษียณอายุแล้ว เบิกอะไรได้บ้าง?

  • 2 min read

สำหรับพนักงานบริษัทอย่างเราๆ เคยสงสัยกันไหมครับว่า “ถ้าเกษียณแล้ว จะได้เงินอะไรบ้าง” และเงินที่เราได้นั้นมัน “พอจริงหรือ” วันนี้ พี่โอกาส จะพาคุณไปหาคำตอบกันครับ !

เหตุผลที่พี่โอกาสอยากนำเสนอเรื่องนี้ก็เพราะ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีอัตราส่วนประชากรผู้สูงอายุถึง 16% หรือประมาณ 10 กว่าล้านคน

แถมคนวัยนี้ ( 60-69 ปี) ก็เป็นหนี้เฉลี่ยสูงถึง 453,438 บาทต่อคน ซึ่งพี่โอกาสเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่เป็นหนี้ก็เพราะ เงินไม่พอใช้ ตอนเกษียณ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวเป็นสิ่งที่ดีครับ

สำหรับพนักงานเอกชนที่ไม่ได้จ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประกันต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีเงินสำหรับยังชีพหลักๆจาก 3 แหล่ง ได้แก่ :

ไปดูกันเลยว่าแต่ละแบบจะได้เท่าไหร่ และมีรายละเอียดอะไรบ้าง !

1. เงินชดเชยตามอายุงาน

เงินชดเชยเลิกจ้าง

การเกษียณอายุของลูกจ้าง ถือว่าเป็นการ เลิกจ้าง ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกษียณเราควรจะได้เงินชดเชยจากนายจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 118 วรรค 2)

สำหรับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ได้มีบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเกษียณอายุ และการจ่ายค่าชดเชยเรื่องการเกษียณอายุการทำงานเอาไว้ ดังนี้

  • กรณีกำหนดการเกษียณอายุ “ก่อนครบ 60 ปีบริบูรณ์” ให้ถือว่าการเกษียณอายุไปเป็นตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
  • กรณีกำหนดการเกษียณอายุ “เกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์ หรือไม่ได้มีการกำหนด” ลูกจ้างมีสิทธิขอเกษียณอายุได้เมื่อมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป และให้มีผลเมื่อครบ 30 วันหลังการแสดงเจตนา

ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย ตามข้อมูลในตารางดังนี้

ระยะเวลาที่ทำงานติดต่อกันเงินชดเชย (ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย)
120 วัน – 1 ปี30 วัน
1 ปี – 3 ปี90 วัน
3 ปี – 6 ปี180 วัน
6 ปี – 10 ปี240 วัน
10 ปี – 20 ปี300 วัน
20 ปีขึ้นไป400 วัน

เช่น ถ้าคุณทำงานมา 12 ปี เงินเดือนสุดท้ายเท่ากับ 40,000 บาท เมื่อเกษียณจะได้เงินชดเชย 300 วัน หรือประมาณ 4 แสนบาท

2. เงินบำนาญประกันสังคม

เงินบำนาญประกันสังคม

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่จ่ายประกันสังคม คุณสามารถยื่นขอรับเงินบำนาญจากกองทุนประกันสังคมได้ตลอดชีวิต โดยมีเงื่อนไขคือ

  1. ต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไป
  2. ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี)

ซึ่งเงินบำนาญที่ได้ต่อเดือนจะเท่ากับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย รวมกับ 1.5% ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้นจาก 15 ปี

สูตรคำนวณ :

เงินบำนาญต่อเดือน = ค่าจ้างเฉลี่ย* x [ 20 + (1.5 x (จำนวนปีที่สมทบ – 15))] / 100

*ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ฐานคำนวณไม่เกิน 15,000 บาท

สำหรับใครที่เงินเดือน มากกว่า 15,000 บาท ไม่ต้องคำนวณให้ยุ่งยาก สามารถดูตารางนี้ได้เลย!

ระยะเวลาจ่ายเงินสมทบเงินบำนาญต่อเดือน
15 ปี3,000 บาท
20 ปี4,125 บาท
25 ปี5,250 บาท
30 ปี6,375 บาท
35 ปี7,500 บาท

3. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

เมื่ออายุ 60 ปี คุณสามารถไปลงทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพได้ที่ สำนักงานเขต กทม., อบต. หรือเทศบาล โดยการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนตอ่เนื่องไปตลอดชีวิต ซึ่งอัตราที่ได้จะเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุดังนี้

อายุเบี้ยยังชีพต่อเดือน
60 – 69 ปี600 บาท
70 – 79 ปี700 บาท
80 – 89 ปี800 บาท
90 ปีขึ้นไป1,000 บาท

ลองประเมินดูนะครับว่า เงินที่ได้เบิกได้ทั้งหมดจะพอกับค่าใช้จ่ายตอนเกษียณหรือไม่ ถ้าคิดว่าไม่พอพี่โอกาสแนะนำให้เริ่ม “วางแผนเกษียณ” ได้แล้วนะครับ !

ด้วยความปรารถนาดีจาก FINSTREET